บทที่ 9 บทที่ 4 (อยาก) ผูกปิ่นโตสักเถา 100%
ปาริมา… เด็กผู้หญิงที่จับผลัดจับผลูเข้ามาอยู่ในดงกระสุนกับเขา มิหนำซ้ำยังกลายเป็น ‘เด็ก’ ที่เขาผูกปิ่นโตไปอีก จากที่ตั้งใจพาเธอมาไว้ใกล้ตัวเพื่อความปลอดภัย ตอนนี้ชักไม่แน่ใจว่าเธอจะปลอดภัยหรืออันตรายเมื่ออยู่ด้วยกัน!
“สวัสดีครับคุณปาริมา” คำทักทายของธเนศยังคงทุ้มนุ่มตามแบบสุภาพบุรุษเช่นเคย ทว่าหญิงสาวที่ได้รับการทักทายกลับทำเพียงค้อมศีรษะตอบรับแล้วเดินเซื่องซึมขึ้นรถไปทันที
ธเนศเองก็ไม่รู้จะชวนคุยอะไร เพราะข่าวร้ายที่เขาได้รับพร้อมเจ้านายก็ทำให้เลขาหนุ่มพูดไม่ออก
“คุณปาริมาอยากทานอะไรสักหน่อยไหมครับ”
“ทานมาแล้วค่ะ” ปาริมาถอนหายใจ ก่อนตอบเสียงแผ่วโดยที่สายตาไม่ละไปจากภาพวิวทิวทัศน์ข้างทาง
คำตอบของหญิงสาวยังผลให้คนอยากชวนคุยลอบถอนหายใจตาม เช้านี้นอกจากบรรยากาศครึ้มฟ้าครึ้มฝนแล้ว อาการเซื่องซึมของหญิงสาวก็ส่งผลต่อคนรอบข้างมากทีเดียว
รถยุโรปคันหรูเคลื่อนตัวเข้ามายังบริเวณเซฟเฮาส์ส่วนตัวของคเณศร์ในเขตกลางเมือง ทว่าผู้คน และตึกราบ้านช่องกลับไม่พลุกพล่าน เนื่องจากบริเวณโดยรอบส่วนใหญ่เป็นของ KNK Construction ปกติแล้วบ้านหลังนี้คเณศร์จะพักอาศัยเพียงช่วงเวลาที่เข้ามาทำงานในกรุงเทพฯ และน้อยครั้งนักที่เขาจะอยู่ยาวนานร่วมสัปดาห์เช่นครั้งนี้
ธเนศจอดรถส่งปาริมาเสร็จก็ขับเคลื่อนรถยุโรปคันงามไปทำงานตามคำสั่งของเจ้านายต่อ เลขาหนุ่มไม่ได้อยู่รอรับใช้เจ้านายตามคำสั่งด่วนที่เพิ่งได้รับมาเมื่อคืน ทำให้ตอนนี้หน้าที่ดูแลเจ้านาย และปาริมาตกเป็นของรวิศเพียงคนเดียว แม้เจ้าตัวจะบ่นกระปอดกระแปดว่าไม่ชอบอยู่กับเจ้านายยามที่ปาริมาอยู่ด้วย เพราะไม่รู้ยังไงหวยออกที่บอดีการ์ดผู้ซื่อสัตย์ทุกครั้งไป
ปาริมาไม่ได้สอบถามอะไรคนสนิทของเจ้านายอีก หญิงสาวเดินตามคำบอกเล่าของชายหนุ่มที่ชี้ไม้ชี้มือบอกประตูทางเข้า และการลดเลี้ยวเสร็จก็เดินก้มหน้าเข้ามาในบ้านทันที หญิงสาวเดินเข้ามาโดยไม่เงยหน้ามองตัวบ้านด้วยซ้ำ ไม่แม้กระทั่งมองบรรยากาศโดยรอบที่ปราศจากผู้คนจนผิดสังเกต กระทั่งเดินดุ่มมาถึงห้องรับแขกซึ่งธเนศแจ้งว่าเจ้านายของเขาคอยอยู่ที่นี่จึงหยุดฝีเท้า เงยหน้ากวาดสายตาหาคนที่เขาบอกว่าคอยอยู่ แต่ก็ไม่พบ
“คุณคเณศร์คะ?” เสียงเรียกหาเขาไม่ดังนัก ก่อนลมหายใจของหญิงสาวจะสะดุด เมื่อมองเห็นแผ่นหลังเปลือยเปล่ากำลังพุ่งตัวลงไปในสระน้ำด้านหลังประตูกระจกบานเลื่อน
“คะ คุณคะ คเณศร์” หญิงสาวป้าปากหวอ รำพึงชื่อของเขาด้วยสติที่เลื่อนลอย ฝีเท้าที่หยุดนิ่งอยู่ๆ ก็ขยับเดินออกไปยังเป้าหมายที่ไม่ได้สนใจการมาของเธอสักนิด ร่างกำยำหนั่นแน่นผุดดำผุดว่ายไปมาก่อนจะกลับขึ้นฝั่ง
ฝีเท้าบางเบาที่ค่อยๆ ขยับเดินเข้ามาใกล้ให้ความรู้สึกดีเป็นพิเศษ กระทั่งเสียงนั้นเงียบลง แผ่นหลังกว้างรู้สึกถึงการมาของใครบางคนเขาจึงหันกลับมา
“มาแล้วเหรอ?”
ร่างกำยำหนั่นแน่น แผงอกแกร่ง หน้าท้องเป็นลอนกล้ามเนื้ออย่างคนออกกำลังกายสม่ำเสมอ ทุกสัดส่วนด้านบนของเจ้านายเหมือนศิลปกรรมจากนักปั้นยอดฝีมือ ผิวเนื้อไม่ขาวกระจ่างแต่เนียนละเอียดแม้จะมีรอยแผลเป็นสองสามแห่งก็ตามที ใบหน้าคมสันไม่ถึงกับคมเข้ม ทว่าให้อารมณ์ชายหนุ่มในฝันของหญิงสาวครึ่งประเทศจริงๆ อาการเซื่องซึมก่อนหน้าเหมือนจะกระจัดกระจายไปพร้อมหยดน้ำที่เกาะพราวระยับตามเนื้อตัวของเขาจนสิ้น จากที่แค่เบิกตากว้าง ตอนนี้ริมฝีปากอ้าค้างไปแล้วเมื่อร่างกายล่ำสันนั้นขยับเดินเข้ามาใกล้ ตอนนี้ปาริมารู้สึกว่าตัวเองกำลังจะขาดอากาศหายใจ ยิ่งเขาเดินเข้ามาหัวใจยิ่งสั่นระทึกยิ่งกว่ากลองศึกกลางสนามรบ!
“อะ เอ่อ”
“ตามมาสิ” มุมปากยกยิ้มเล็กน้อยกับอาการตื่นตะลึงของคนตัวบาง แม้จะคาดไว้แล้ว เพราะไม่มีสาวคนไหนต้านทานหุ่นอันแสนเพอร์เฟคที่เขาภาคภูมิใจได้ แต่พอเห็นปาริมาตาโตจนแทบจะถลน ปากอ้าค้างจนรถไฟเข้าไปได้หลายขบวนก็นึกครึ้มอกครึ้มใจขึ้นมาจนอยากแกล้งขึ้นมา
ปาริมาขยับกายตามแผ่นหลังกว้างมีหยดน้ำเกาะพราวให้ความรู้สึกอุ่นๆ ที่โพรงจมูก และอาการสะบัดร้อนสะบัดหนาวแปลกๆ หญิงสาวพยายามสะบัดหัวไล่ความรู้สึกแปลกประหลาดที่อยู่ๆ ก็โผล่เข้ามาในหัวให้แตกกระจาย ทว่ายิ่งสะบัดหัวภาพแสนยั่วยวนกับร่างกายแสนจะเพอร์เฟคของเขากลับวนเวียนฉายซ้ำมาซ้ำไปไม่หยุดหย่อน
หญิงสาวเดินตามแผ่นหลังคนตัวโตที่ค่อนข้างเปิดเผยด้วยสติไม่ครบร้อย กระทั่งแผ่นหลังกว้างมีหยดน้ำเกาะพราวหยุดชะงัก หันทั้งร่างหนั่นแน่นกลับมาหา ด้วงตาคู่ดุที่วันนี้มีแววเจ้าเล่ห์เล็กน้อยทอดมอง ก่อนริมฝีปากหนาจะกระตุกยิ้มร้ายที่มุมปากเป็นสัญญาณของการ ‘วางแผน’ บางอย่างในหัว
“เข้ามาสิ”
เขาออกคำสั่งก่อนเปิดประตูสีขาวบานหนึ่งนำเข้าไป ปาริมายืนละล้าละหลังไม่นานก็ตัดสินใจเดินตามเข้าไปแต่โดยดี
ร่างกำยำเปลือยท่อนบนเดินดุ่มเข้าไปในส่วนของช่องเล็กๆ ด้านข้างโดยไม่พูดอะไรอีก ปาริมาไม่อาจตั้งคำถามกับเจ้านายได้ หญิงสาวจึงเดินเลียบๆ เคียงๆ เพื่อกวาดสายตามองหาที่นั่งคอย ทว่าสายตายังไม่เจอที่นั่งแต่ดันไปเจอ ‘เตียงนอน’ ซะก่อน
“ตะ เตียง” ดวงตากลมโตเบิกกว้าง ริมฝีปากอิ่มเม้มแน่นกับจินตนาการที่กำลังหลั่งไหลเข้ามาเป็นกระแสน้ำเชี่ยวกราก ความกังวลยังไม่หมดไปเสียงฝีเท้าหนักเบาของ ‘เขา’ ก็ดังใกล้เข้ามา
“ปาริมา”
ร่างบอบบางสะดุ้งโหยง จินตนาการในหัวแตกกระจัดกระจายออกไปคนละทิศละทาง หัวใจดวงน้อยเต้นโครมครามสนั่นหวั่นไหวกับความคิดอันไกลโพ้นของตัวเอง
แค่เห็นเตียง… ทำไมจินตนาการไปถึงระเบียงได้!
“คะ?”
ใบหน้าของคเณศร์เหมือนจะยิ้ม ทว่าก็ยังไม่สุด ชายหนุ่มย่างสามขุมเข้ามาใกล้ยัยตัวดีที่ทำทีเป็นยืนตัวลีบอยู่มุมห้อง สายตาที่เคยดุกร้าวมีความอ่อนแสงลงเล็กน้อยด้วยความเอ็นดู จากที่คิดเพียงจะดึงตัวมาอยู่ใกล้ๆ เพื่อความปลอดภัยตอนนี้เริ่มคิดอะไรไกลกว่าเจ้านายกับลูกจ้างไปมากโข
‘เด็กในปกครอง’
‘คู่ควงคนล่าสุด’
หรือแม้กระทั่ง ‘เมียน้อย’’
และอื่นๆ อีกมากมายสำหรับตำแหน่งงานที่นอกเหนือจากการเป็นแม่บ้านในบริษัท โดยเฉพาะตำแหน่งสุดท้ายที่ภรรยาในนามของเขาตามมาอาละวาดถึงที่ด้วยเกรงจะถูกนินทาในวงสังคมว่าสามีมีเมียน้อยอายุคราวลูก!
‘ถ้าคิดจะเลี้ยงผู้หญิงสักคนก็เลือกให้มันดีๆ หน่อย ไม่ใช่คิดจะคว้าใครมาก็ได้ อย่างน้อยก็เลือกผู้หญิงที่มันไม่อายุรุ่นราวคราวลูกแบบนี้!’
คเณศร์แค่นหัวเราะในลำคอ คราวลูกหรือ… ตัวเขาน่ะไม่เคยคิดอกุศลหรือชุบเลี้ยงผู้หญิงที่ไหนจริงจังหรืออุ้มชูให้เป็นเมียน้อยอย่างที่ถูกกล่าวหา ส่วนมากผู้หญิงที่เข้ามาหาก็เป็นเพียงคู่นอนชั่วคืน ที่สำคัญทุกครั้งหลังจากเสร็จภารกิจเขามักจะมอบสินน้ำใจให้เป็นค่าเหนื่อยกับคู่นอนที่ปรนเปรอบำเรอความสุขให้ในครั้งนั้นๆ เสมอ
เขาไม่เคยคิดจะเลี้ยงดูใครจริงจังอย่างที่เพชรลดากล่าวหา ทว่าพอหล่อน ‘ชี้โพรงให้กระรอก’ ด้วยการบริภาสหน้าที่การงาน และครอบครัวของหญิงสาวผู้ไม่รู้อิโหน่อิเหน่มากเกินขอบเขตจึงเป็นการแนะนำกลายๆ ให้เขาทำอะไรบางสิ่งบางอย่างเพื่อหาทางสลัด ‘ปลิง’ ที่ดูดเลือดมาหลายปีออกไปให้พ้น!
เมียน้อย… สิ่งที่เพชรลดาเกลียดและกลัวมากที่สุด
ทำไมน่ะหรือ… ก็เพราะใบหน้าแสนสวยนั้นเคลือบเอาไว้ด้วยหน้ากากหลายต่อหลายชั้น แม้จะถูกครหาถึงการแต่งงานเกิดขึ้นจาก ‘เงิน’ แต่ผู้หญิงรักสบาย จิตใจมีแต่ความทะนงตน และทะเยอทะยานอยากมีอยากได้กันทั้งตระกูล ยิ่งน้องสาวของหล่อน ‘พลอยลริน’ ยิ่งมีแต่ความอิจฉาริษยาก็ไม่เคยลดละความต้องการของตนเองเพื่อผลประโยชน์ของตน ฉากหน้าคือผู้ดีแต่ฉากหลังนั้นทั้งปลอมทั้งมีแต่เปลือก!
‘ถ้านายมีเมียน้อยจริงๆ ผู้หญิงคนนั้นอาจยินยอมเลิกราตามที่ตกลงกันไว้ก็ได้’
อัลเฟรโด้ให้คำปรึกษาเขาเมื่อไม่นานมานี้ หลังจากที่เขาและอีกฝ่ายตกลงเรื่องบางอย่างกันได้ ทว่าเขาเองก็ยังไม่แน่ใจว่าวิธีนี้จะมีอิทธิพลต่อผู้หญิงหน้าหนาคนนั้นมากแค่ไหน
‘ตระกูลของเธอเก่าแก่ไม่ใช่เหรอ ได้ยินว่าเป็นไฮโซมาหลายชั่วอายุคน แบบนี้เรื่องหน้าตาทางสังคม ชื่อเสียงของวงศ์ตระกูลน่าจะสำคัญมากพอสมควร’
เพราะผู้หญิงทะนงตนคนนั้นหวง และห่วงศักดิ์ศรี และชื่อเสียงของวงตระกูลเหนือสิ่งอื่นใด นามสกุลที่เมื่ออดีตร่ำรวยติดอันดับประเทศ เจ้าของบริษัทจิวเวลลี่ชื่อดังบัดนี้เหลือเพียงแค่ตัวกับหนี้สินมากมายที่ไม่รู้ว่าจะชดใช้หมดวันไหน หากไม่ได้เขายื่นมือเข้าไปช่วยอุ้มชูกิจการที่กำลังจะล้มละลายในวันนั้น ป่านนี้ตระกูล ‘จรัสเจริญเกียรติ’ ที่เคยรุ่งเรืองคงจะเหลือเพียงนามกับกระเป๋าไม่กี่ใบ
คเณศร์นั่งคิดนอนคิดอยู่หลายคืน วิธีที่เพื่อนแนะนำเขาเคยคิดจะทำมาแล้วครั้งหนึ่ง ทว่าผู้หญิงที่เขาจะใช้งานดันเป็นพวกได้คืบจะเอาศอก ความน่ากลัวของผู้หญิงที่ละโมบโลภมากทำให้เขาละทิ้งวิธีการง่ายๆ นั้นไป
ทว่า… ในวันที่เขาได้พบกับปาริมาด้วยเหตุบังเอิญ แม้จะเป็นความบังเอิญที่มีความตายเข้ามาเกี่ยวพันหลายส่วน แต่การที่ใบหน้าไร้เดียงสาไร้การแต่งเติมกับความเป็นคนมักน้อยของเธอกับสะกิดหัวใจด้านชาของเขาให้เต้นเป็นจังหวะปกติได้
เขายอมรับว่าตอนนี้พึงพอใจในตัวของปาริมามากพอสมควร อาจมากกว่าคู่นอนที่เคยมีมาตลอดชีวิตเลยด้วยซ้ำ ดังนั้นการมาของปาริมาในช่วงเวลานี้จึงเป็นเหมือน ‘แสงสว่าง’ ที่ปลายอุโมงค์ของคนที่เกือบจะหมดความอดทน และอับจนหนทางอย่างเขา
‘ค่ารักษาของนายธนามากพอสมควรครับ หากเทียบกับเงินเดือนของคุณปาริมาและพี่ชาย ผมคิดว่าน่าจะยังไม่ได้ถึงครึ่งด้วยซ้ำ’
‘แล้วไม่มีประกันสังคมหรือไง บัตรทองอีก น่าจะมีหลายทางที่ช่วยในการรักษาได้’
‘พี่ชายของคุณปาริมาไม่ยินยอมให้บิดาย้ายไปรักษาตัวในโรงพยาบาลของรัฐครับ คงกลัวว่าการรักษาจะไม่ดีพอ’
เขายิ้มออกมาเมื่อได้รับคำตอบของธเนศ ดูเหมือนพี่ชายของปาริมาจะเป็นส่วนสำคัญให้แผนการของเขาราบรื่นเป็นไปได้ด้วยดี
“แบบนี้คงต้องให้รางวัล”
“คะ?”
ปาริมาขมวดคิ้วมองใบหน้าหล่อเหลาที่วันนี้ไม่ดุกร้าวแต่ดูหล่อร้ายอย่างมาเฟียในนิยายที่เธอเคยอ่าน เขายืนจ้องมองใบหน้าของเธอนานสองนาน แถมยังยิ้มแย้มยั่วยวนชวนให้ใจสั่นแปลกๆ นอกจากสายตามีเลศนัยแล้ว มุมปากที่ขยับยกสูงมากผิดปกติยังเป็นอีกสิ่งที่น่าสงสัย
ไม่หรอกน่า… เจ้านายรวยๆ อย่างเขาจะคิดอะไรร้ายๆ กับแม่บ้านจนๆ อย่างเธอทำไม!
“คุณคเณศร์คะ?”
ใบหน้าของคนกำลังวางแผนเหลอหลาไปครู่หนึ่ง ก่อนจะกลับมาเรียบนิ่งอีกครั้ง
“เอ่อ ต่อไปเธอเรียกฉันว่า ‘คุณคราม’ ก็พอ”
ความจริงอยากให้เรียกพี่เหมือนกัน แต่กระดากปากเกินไปด้วยอายุอานามที่ห่างกันมากโข
23 กับ 32 เอง!
“คะ คุณคราม?” ปาริมาเลิกคิ้ว อ้าปากหวอ สายตาลอบมองใบหน้าของเจ้านายที่เรียบนิ่งแต่แฝงความไม่น่าไว้ใจอยู่ในนั้น “ทำไมล่ะคะ?”
คเณศร์กระตุกยิ้มมุมปาก ขยับก้าวย่างเข้าหาร่างแน่งน้อยที่ดูเล็กลงไปอีกยามใกล้ชิดเขา อยากรู้เหลือเกินว่าหากไม่ใช่ยืนเคียงกัน แต่เป็น ‘นอน’ เคียงกัน ร่างเล็กบางจะเล็กจ้อยลงไปอีกแค่ไหน
เอ๋… หรือว่าจะเล็กลีบจนจมลงไปบนเตียงกันนะ…
“ไม่ทำไม ฉันสั่งเธอก็แค่ต้องทำ ที่สำคัญเลิกแทนตัวเองว่าดิฉันได้แล้ว ให้แทนตัวเองว่าหนูอย่างที่เธอเผลอหลุดปากบ่อยๆ หรือว่า…” สายตาดุดันกลายเป็นเจ้าเล่ห์แสนร้ายพลางกวาดมองเรือนร่างเล็กบางที่เหมือนจะไม่ ‘เล็ก’ อย่างที่ภายนอกมองเห็น “จะแทนตัวเองว่าหนูปริมก็ได้นะ”
“!!!”
